Magnet fever : My Magnet fever Magnet Movie Magnet Music Thai Magnet Thai Fridgedoor SFmagnet
Home  |  WebBoard ( กระดานข่าว )  |  ChatRoom ( ห้องสนทนา / คุยสด )  |  About Us  |  Contact Us  |  BookMark

Magnet เกี่ยวกับ ภาพยนตร์ต่างประเทศ Monster Inc.

บริษัท รับจ้างหลอน (ไม่)จำกัด

Magnet เรื่อง นี้ มีสองหน้านะครับ ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกจะแถมกับ ข้าวโพด Popcorn นะครับ

แนว : แอนิเมชั่น / ตลก / ครอบครัว
ความยาว : 92 นาที
กำหนดฉาย : 5 ธันวาคม 2544

เมื่อถึงเวลาขึ้นนอน เด็กๆ ทั่วโลกต่างรู้ดีว่า เมื่อพ่อแม่ของพวกเขา พาพวกเขาขึ้นเตียงนอน และปิดไฟมืดเมื่อไหร่ สัตว์ประหลาดที่ซ่อนตัวอยู่หลังประตูตู้เสื้อผ้า จะกระโดดออกมาทันที แต่สิ่งที่พวกเขาไม่เคยรู้เลยก็คือ ที่สัตว์ประหลาดเหล่านี้ต้องหลอกให้เด็กๆ กลัว ไม่ใช่แค่เรื่องล้อเล่นส่วนตัว มันคือ "งาน" ของพวกสัตว์ประหลาดทั้งหลาย

มอนสโทรโพลิส คือบ้านของเหล่าประชากรสัตว์ประหลาด ที่มีทุกรูปร่างและทุกขนาด แหล่งพลังงานหลักของพวกมัน ได้มาจากเสียงกรีดร้องของมนุษย์ และโรงงานที่ผลิตเสียงกรีดร้องขนาดใหญ่ที่สุด ก็คือ Monster, Inc. (หรือ M.I. - เอ็มไอ) ทีมสัตว์ประหลาดแถวหน้าของโรงงาน จะเดินทางสู่โลกมนุษย์ โดยผ่านประตูตู้เสื้อผ้าในยามค่ำคืน ก็เพื่อหลอกเด็กๆ ให้ตกใจกลัว และเก็บเสียงกรีดร้องของพวกเขาเอาไว้ ที่ทำให้งานนี้ยากมากขึ้น ก็คือความจริงที่ว่า สัตว์ประหลาดเหล่านี้เชื่อว่า พวกเด็กๆ คือของมีพิษ และถ้าไปแตะโดนตัวเด็กเข้า จะนำมาซึ่งหายนะ

พนักงานที่เก่งที่สุดที่ Monster, Inc. ก็คือ เจมส์ พี ซัลลิแวน (ให้เสียงพากย์โดย จอห์น กู๊ดแมน) หรือ ซัลลีย์ สัตว์ประหลาดตัวสีเขียวอมฟ้า ที่มีส่วนสูงแปดฟุต และมีจุดสีม่วง รวมถึงเขาบนหัว ผู้ช่วยสร้างเสียงกรีดร้องของซัลลีย์ ก็คือ สัตว์ประหลาดตาเดียวตัวสีเขียวที่ชื่อว่า ไมค์ วาโซว์สกี้ (ให้เสียงพากย์โดย บิลลี่ คริสตัล) ที่เผอิญเป็นเพื่อนร่วมห้อง และเป็นเพื่อนซี้ของซัลลีย์ด้วย สำหรับคู่ซี้สองตัวนี้ ชีวิตมีความสุข ซัลลีย์อยู่ในยุครุ่งโรจน์ ปราศจากคู่แข่งใดๆ เว้นแต่เจ้ากิ้งก่าแปดขาที่ชื่อว่า แรนดัลล์ บ็อกก์ส (ให้เสียงพากย์โดย สตีฟ บุสเซมี่) ผู้สร้างเสียงกรีดร้องได้เป็นอันดับสอง รองจากซัลลีย์ ขณะเดียวกันนั้น ความพยายามที่ไมค์พากเพียรจีบสาวที่ชื่อว่า ซีเลีย (ให้เสียงพากย์โดย เจนนิเฟอร์ ทิลลี่) ซึ่งเป็นพนักงานต้อนรับของบริษัท เริ่มส่งผล เฮนรี่ เจ วอเตอร์นูส (ให้เสียงพากย์โดย เจมส์ โคเบิร์น) ประธานกรรมการบริหารของ Monster, Inc. ต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ อันเนื่องมาจากความจริงที่ว่า พวกเด็กๆ เริ่มไม่กลัวอะไรง่ายๆ เหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว

คืนหนึ่ง ซัลลีย์พบตัวเองยืนอยู่ที่ชั้นแห่งความกลัว และยังพบอีกว่า ประตูที่เปิดไปสู่ตู้เสื้อผ้า ไม่ได้ถูกส่งกลับไปยังคลังเก็บตามเดิม เมื่อเปิดประตูเพื่อสืบหาสาเหตุ ซัลลีย์ก็ต้องยอมรับว่า มีเด็กมนุษย์เพศหญิงคนหนึ่ง หลุดรอดมายังโลกของเขาแล้ว ด้วยความเชื่อฝังหัวว่าเด็กๆ มีพิษ ซัลลีย์พยายามที่จะเอาชนะความกลัวของตัวเอง และจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย แต่กลับพบว่า สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายขึ้น เขากับไมค์ต้องพาเด็กหญิงคนนั้น ซึ่งซัลลีย์ตั้งชื่อว่า บู (ให้เสียงพากย์โดย แมรี่ กิ๊บบ์ส) กลับไปยังบ้าน จนกว่าพวกเขาจะคิดหาทางออกได้ วันต่อมา พวกเขาจัดการแปลงโฉมของบู ให้กลายเป็นสัตว์ประหลาดตัวหนึ่ง และพาเธอไปยังโรงงาน โดยหวังจะส่งเธอกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย

ไมค์กับซัลลีย์ต้องเสี่ยงต่อความปลอดภัยของตัวเอง ขณะที่ต้องแข่งกับเวลา เพื่อส่งบูกลับไปยังโลกมนุษย์ ก่อนที่เหล่าสัตว์ประหลาดตัวใดจะรู้ความจริงเข้า ทั้งซัลลีย์และไมค์ ได้เข้าไปสะดุดแผนการขยายโรงงานผลิตโดยไม่รู้ตัว และพวกเขาต้องพบว่า พวกเขายืนอยู่ระหว่างการดำเนินงานตามแผนเข้าพอดี..

--------------------------------------------------------------------------------

วอลท์ ดิสนีย์ พิคเจอร์ส และ พิกซาร์ แอนิเมชั่น สตูดิโอ ฟิล์ม ทีมผู้สร้างภาพยนตร์เรื่อง Toy Story ที่เคยคว้ารางวัลออสการ์มาแล้ว เปิดประตูนำไปสู่โลกอันสนุกสนานน่ารักน่าชัง ของเหล่าสัตว์ประหลาด และความอกสั่นขวัญหาย ที่สร้างเสียงหัวเราะให้เกิดขึ้น ในภาพยนตร์เรื่องใหม่ของพวกเขา Monsters, Inc. ซึ่งเป็นผลงานภาพยนตร์การร่วมมือครั้งที่ 4 ของสองสตูดิโอ กับการผจญภัยครั้งใหม่ ที่สร้างสรรค์จากคอมพิวเตอร์ หลังจากที่เคยสร้างความฮือฮา จากภาพยนตร์แอนิเมชั่นอย่าง Toy Story, A Bug's Life และ Toy Story 2 มาแล้ว

Monsters, Inc. ได้เสียงพากย์จากนักแสดงที่มีความสามารถอย่าง จอห์น กู๊ดแมน, บิลลี่ คริสตัล, เจมส์ โคเบิร์น, เจนนิเฟอร์ ทิลลี่, สตีฟ บุสเซมี่, แมรี่ กิ๊บบ์ส, จอห์น แร็ตเซนเบอร์เกอร์ และ บอนนี่ ฮันต์

ภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง Monsters, Inc. กำกับโดย พีท ด็อคเตอร์ แอนิเมเตอร์ / นักแต่งเรื่องมือฉมังของพิกซาร์ ผู้เป็นหนึ่งในทีมงานที่สร้างเรื่องราวให้กับ Toy Story จนได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์มาแล้ว และยังทำหน้าที่เป็นซูเปอร์ไวซิ่งแอนิเมเตอร์ ให้กับภาพยนตร์ปี 1995 เรื่องดังกล่าวด้วย ผู้ที่เข้ามาช่วยให้ข้อมูลในเชิงสร้างสรรค์ ตลอดงานสร้าง ก็คือ ผู้อำนวยการสร้างบริหาร จอห์น แลสเซตเตอร์ ผู้กำกับของภาพยนตร์ Toy Story ทั้งสองภาค และ A Bug's Life ซึ่งเป็นผู้คว้ารางวัลออสการ์ Special Achievement จาก Toy Story และยังเป็นผู้คว้ารางวัลออสการ์ในปี 1989 จากภาพยนตร์แอนิเมชั่นสั้นเรื่อง Tin Toy ด้วย, แรนดี้ นิวแมน นักแต่งเพลง/ผู้ประพันธ์ดนตรีชื่อดัง กลับมาเข้าร่วมทีมงานสร้างสรรค์กับพิกซาร์อีกครั้ง โดยได้นำความสามารถทางดนตรีอันหลากหลาย และน่าประทับใจของเขา มาทำดนตรีประกอบ และเพลงประกอบเครดิตท้ายเรื่อง โดยเขาใช้อิทธิพลของดนตรีแจ๊สยุค 40 เข้ามาเพื่อนำเสนอถึงความสนุกสนาน และจิตวิญญาณของภาพยนตร์เรื่องนี้ ดนตรีที่ได้ยิน จะใช้เครื่องดนตรีอย่างเบสฮาร์โมนิก้า, แมนโดลิน และแอ็คคอร์เดียน นอกจากนี้ นิวแมนยังแต่งเพลงประกอบเครดิตท้ายเรื่อง ที่ชื่อว่าเพลง If I Didn't Have You ซึ่งเป็นการร้องคู่ที่แสนสนุกสนาน ระหว่างซัลลีย์ (กู๊ดแมน) และไมค์ (คริสตัล)

ที่เข้ามาทำหน้าที่ผู้อำนวยการสร้างบริหาร ร่วมกับจอห์น แลสเซตเตอร์ ก็คือ แอนดรูว์ สแตนตัน ผู้เคยได้รับการเสนอชื่อ เข้าชิงรางวัลออสการ์บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจาก Toy Story มาแล้ว และยังทำหน้าที่เขียนบทให้กับ A Bug's Life (ซึ่งเขาทำหน้าที่ผู้กำกับร่วม) และ Toy Story 2 ด้วย สแตนตันยังทำหน้าที่เขียนบท ให้กับภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง Monsters, Inc. ร่วมกับ แดน เจอร์สัน เรื่องราวต้นแบบนั้นเป็นฝีมือของ พีท ด็อคเตอร์, จิลล์ คัลตัน, เจฟฟ์ พิดเจียน และ ราล์ฟ อิงเกิลสตัน ในขณะที่ บ็อบ ปีเตอร์สัน ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมสร้างเรื่องให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้ และยังทำหน้าที่เป็นผู้ให้เสียงพากย์แก่ผู้จัดการของพวกสัตว์ประหลาดที่ชื่อว่า รอซ