Magnet fever : My Magnet fever Magnet Movie Magnet Music Thai Magnet Thai Fridgedoor SFmagnet
Home  |  WebBoard ( กระดานข่าว )  |  ChatRoom ( ห้องสนทนา / คุยสด )  |  About Us  |  Contact Us  |  BookMark

ภาพยนตร์ไทย 2508 ปิดกรม จับตาย

2508 ปิดกรม จับตาย2508 ปิดกรม จับตาย2508 ปิดกรม จับตาย

แนว : แอ็คชั่น / อาชญากรรม / ประวัติศาสตร์
ความยาว : 80 นาที
กำหนดฉาย : 8 เมษายน 2547

ปี พ.ศ.2508 ที่ตลาดอำเภอท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เกิดเหตุการณ์ปล้นครั้งยิ่งใหญ่ โดยการรวมตัวกันของโจรถึง 17 คน โจรกลุ่มนี้บุกเข้าปิดล้อมตลาดและสถานีตำรวจ กวาดเงินทองและทรัพย์สินไปมากมาย รวมทั้งยิงถล่มสถานีตำรวจอำเภอท่าเรือ อย่างไม่เกรงอาญาแผ่นดิน ก่อนจะพากันหลบหนีการจับกุมไปอย่างไร้ร่องรอย

การปล้นครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นที่ เสือขาว (ดอม เหตระกูล) โจรชื่อดังของอยุธยา เป็นคนออกความคิด ตามปกติเสือขาวเป็นโจรที่มีคุณธรรมอยู่ในใจ ปล้นเพียงหวังเงิน แต่ไม่ฆ่าใคร ไพลิน (ศศิธร ทองสุทธิ์) เมียของเสือขาวเพิ่งคลอดลูกคนแรก ขาวเห็นแก่ลูกและเมีย จึงตั้งใจจะทำงานใหญ่ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย แล้วหอบเงินไปตั้งต้นชีวิตใหม่ แต่ไม่เป็นไปอย่างที่เขาคิด... เสือขาวเดินทางไปหา เสือใบ (วิชาญ มีสม) เพื่อนเก่าที่เคยติดคุกด้วยกัน เพื่อชวนเสือใบร่วมปล้นตลาดท่าเรือ แต่เสือใบเป็นลูกน้องคนสนิทของ เสือละมาย (เอกพัน บรรลือฤทธิ์) โจรเถื่อนที่เชื่อถือในไสยศาสตร์ของขลัง เชื่อว่าตนเองมีวิชาอาคมแก่กล้า ละมายไม่ถูกชะตากับขาวตั้งแต่แรกเห็น แต่เมื่อขาวพูดถึงเรื่องปล้นตลาดท่าเรือ ละมายก็เริ่มสนใจขึ้นมา และรับปากยอมร่วมมือกับขาว แล้วให้คนไปตาม เสือศักดิ์ (สมบัติ เมทะนี) มาช่วยอีกแรง

ในที่สุดเสือทั้ง 3 ก๊ก รวม 17 คน ก็มารวมตัวกันเพื่อทำงานใหญ่ แผนการปล้นก็เริ่มขึ้น เสือละมายเป็นผู้วางแผนในการปล้นทั้งหมด เสือขาวเป็นคนนำปล้น แบ่งพวกไปปล้นร้านทอง และอีกกลุ่มหนึ่งไปยิงสกัดด้านโรงพัก ไม่ให้ตำรวจออกมาวุ่นวาย หลังจากปล้นแล้ว เสือละมายออกความคิด ให้ทุกคนแยกย้ายกันหนีตำรวจไปก่อน แล้วกลับมาแบ่งเงินกันทีหลัง พวกของเสือขาวไม่ไว้ใจละมาย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ละมายนัดวันแบ่งเงินกันเป็นที่เรียบร้อย โจรทั้งสามก๊กก็แยกย้ายกันไป

การยิงถล่มสถานีตำรวจที่เกิดขึ้น ถือเป็นการกระทำที่ตบหน้าตำรวจฉากใหญ่ สารวัตรพิชิต (บุ๋มบิ๋ม สามโทน หรือ สุธีรัชย์ ชาญนุกูล) ถูกเรียกตัวมาจากกองปราบ เพื่อรับผิดชอบในคดีนี้โดยเฉพาะ สารวัตรพิชิต มีลูกน้องคู่ใจอยู่ 2 คน คือ จ่าพล (วีระชัย หัตถโกวิท) และ จ่าแม้น (อัมพร ปานกระโทก) ทุกคนเริ่มงานไล่ล่าโจรกลุ่มนี้กันอย่างเอาจริงเอาจัง จนกระทั่งจับสมุนของเสือศักดิ์ได้ 2 คน คือ เปรี้ยว (กรุง ศรีวิไล) และ หวาน (ดามพ์ ดัสกร) เมื่อพิชิตนำกำลังบุกรังเสือละมาย ก็พบว่าพวกเสือละมายหนีไปกันหมดแล้ว เหลือแต่ เดี่ยว (เมธา แนมใส) เด็กรับใช้ของเสือละมายที่หนีไม่ทัน เดี่ยวถูกจับขณะที่กำลังหลบตัวสั่นงันงก

เดี่ยวให้ความร่วมมือกับตำรวจ บอกเล่าความเป็นมาทั้งหมดของกลุ่มโจร นับตั้งแต่ตอนที่มารวมตัวกัน ทำให้สารวัตรพิชิตได้เบาะแสเพิ่มเติมว่า เสือละมายเตรียมที่จะหักหลังเสือขาวอยู่แล้ว จนถึงวันนัดแบ่งเงิน เสือขาวไม่รู้ตัวว่ากำลังโดนหักหลังอยู่ ยังคงมาตามนัด แต่ที่นั่นกลายเป็นกับดัก เพราะพวกสารวัตรพิชิตได้มาซุ่มรออยู่ก่อนแล้ว ขาว และ จุ่น (อังกูร ธัญเจริญงาม) คนสนิทเอาตัวรอดออกมาได้ ส่วน แบน (ปราบ ยุทธพิชัย) เพื่อนรักของขาว ถูกตำรวจยิงตายไปต่อหน้า สร้างความกดดันให้ขาวมากขึ้น เมื่อรู้ตัวว่าถูกเสือละมายกับเสือใบเพื่อนเก่าหักหลัง แล้วยังมีตำรวจที่ระดมกำลังตามล่าตัวเขา ไปทั่วทุกหัวระแหง เสือขาวหอบลูกเมีย หนีไปหลายที่อยู่อย่างไม่เป็นหลักแหล่ง ทำให้ยากต่อการติดตามตัว

ด้านเสือละมาย นัดแบ่งเงินกับเสือศักดิ์ ด้วยความลิงโลดที่ส่วนแบ่งหายไปหลายคน เสือศักดิ์รู้กันกับเสือละมาย ร่วมกันหักหลังเสือขาว แต่แล้วเสือละมายก็พบว่า ทองที่ปล้นมาหายไป ในลังใบเดิมที่ซ่อนทองไว้ กลับเต็มไปด้วยก้อนหิน เมื่อไม่มีใครเห็นทอง ทั้งเสือศักดิ์และเสือละมายต่างก็เข้าใจผิดกัน เสือศักดิ์กับ ฟุ้ง (สุวิทย์ เวียงสิมา) คนสนิทกูกยิงตามไป แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครรู้ว่า จริงๆ แล้ว เงินและทองที่ปล้นมานั้น อยู่ที่ไหนกับใครกันแน่

เสือใบมั่นใจว่าขาวต้องเล่นไม่ซื่อแน่ แอบเอาเงินไปจึงออกตามล่าเสือขาวด้วยตนเอง แต่ใบก็เสียท่าให้ขาว ขาวไม่ยอมยิงใบเพราะเห็นแก่มิตรภาพเก่าๆ จึงปล่อยไป แต่ใบก็หนีไม่พ้น เขาและลูกน้องถูกพวกสารวัตรพิชิตจับได้ หลังจากที่เสือใบถูกจับ ก็มีคำสั่งให้ประหารชีวิตโจรทั้ง 6 คนที่ถูกจับมาได้ ส่วนเดี่ยวรอดจากการถูกประหาร เพราะให้ความร่วมมือกับทางราชการ

เมื่อเสือใบถูกจับ เสือละมายจึงออกโรงตามล่าเสือขาวเอง เขาตามล่าเสือขาวไปถึงบ้าน และได้ฆ่าจุ่น ไพลิน และลูกตายหมดทั้งบ้าน เมื่อขาวกลับมาเห็นศพของลูกเมียก็แทบคลั่ง เขาละทิ้งทุกอย่างออกตามล่าเสือละมาย จนถึงที่ซ่อนตัวใหม่ของละมาย การดวลกันครั้งสุดท้ายของละมายและขาวเริ่มขึ้น ขาวพลาดถูกละมายยิงตกน้ำ พวกสารวัตรพิชิตตามมาทีหลัง ต่างเข้าใจว่าเสือขาวตายแล้ว แต่ก็ใช่ว่าละมายจะลอยนวลไปได้ พวกของสารวัตรพิชิตยิงกับเสือละมายต่อ เสือละมายที่ว่ามีคาถาอาคมหนังเหนียว ที่จริงไม่ได้เป็นอย่างที่ใครๆ คิด วิชาอาคมใดๆ ก็ไม่สามารถช่วยเสือสะมายได้ เขาถูกยิงตายในที่สุด

สารวัตรพิชิตปิดคดีปล้นตลาดท่าเรือลงได้ เดี่ยวถูกตัดสินจำคุก 3 ปี เพราะให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี

ที่เรือนจำ มีชายคนหนึ่งมาเยี่ยมเดี่ยว และพูดกับเดี่ยวว่า “ขอบคุณ” เขาคือใคร.. เสือขาวตายหรือไม่.. เงินและทองที่ปล้นมาอยู่ที่ไหน... ใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด...

--------------------------------------------------------------------------------

ภาพยนตร์แอ็คชั่น สืบสวนสอบสวน 2508 ปิดกรม จับตาย พาผู้ชมย้อนกลับไปในบรรยากาศปี 2508 โดยเป็นการนำเอาเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น เมื่อปลายปี พ.ศ.2508 ซึ่งมีการปิดตลาดปล้นครั้งยิ่งใหญ่ ที่อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเป็นการรวมตัวของโจรจำนวนมากถึง 17 คน การปล้นครั้งนี้ ถือว่าเป็นการท้าทายกรมตำรวจอย่างรุนแรงในสมัยนั้น เนื่องจากโจรกลุ่มนี้ได้วางแผนปิดล้อมสถานีตำรวจ ที่ว่าการอำเภอ เข้าปล้นตลาด จากนั้น.. การไล่ล่าของตำรวจได้เริ่มต้นขึ้น

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนั้น บริษัท ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น จำกัด ได้นำเค้าโครงเรื่องจริงที่เกิดขึ้น มาสร้างเป็นภาพยนตร์ โดยดัดแปลงเป็นเรื่องราวอันน่าตื่นเต้น ของการวางแผนปล้น การหักหลังกันเองของกลุ่มโจร การสืบสวนสอบสวน และตามล่าหาของกลางที่หายไป ซึ่งไม่มีใครรู้ว่า เงินและทองมากมายที่ได้จากการปล้น ตกอยู่ในมือใคร

ภาพยนตร์เรื่อง 2508 ปิดกรม จับตาย เป็นการนำเสนอให้เห็นถึงความไม่ซื่อตรงซึ่งกันและกัน เหมือนคำโบราณที่กล่าวไว้ว่า ไม่มีสัจจะในหมู่โจร เมื่อทุกคนต่างตกเป็นเหยื่อของความโลภ การฆ่าฟัน การหักหลัง จึงบังเกิดขึ้น โลภะ โทสะ โมหะ เป็นเหตุนำไปสู่ความวิบัติอย่างแท้จริง อีกทั้งยังให้คติสอนใจได้อีกว่า เราอย่าเพิ่งไว้ใจใคร จนกว่าจะได้เห็นความจริง และความจริงอีกประการคือ พระไม่เคยคุ้มครองคนเลว แขวนพระดีแต่ทำชั่ว ก็ไม่มีประโยชน์ ดี-เลวอยู่ที่ผลจากการกระทำของตัวเอง

2508 ปิดกรม จับตาย นำแสดงโดยนักแสดงชั้นนำมากมาย อาทิ ดอม เหตระกูล, สมบัติ เมทะนี, กรุง ศรีวิไล, เอกพัน บรรลือฤทธิ์, ปราบ ยุทธพิชัย, บุ๋มบิ๋ม สามโทน และอีกมากมาย